เกษตรกรหัวก้าวหน้า สร้างโอกาส พลิกชีวิตการปลูกมัน ด้วยเกษตรผสมผสานสร้างรายได้ตลอดปี

       ในยุคที่โลกเกษตรกรรมก้าวล้ำไปข้างหน้า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือการรอคอยสภาพฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันคือ “โอกาส” ที่เกษตรกรสามารถออกแบบและบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับเรื่องราวของ ‘คุณสมพร เวียงสงค์’ เกษตรกรยอดนักสู้ ผู้พลิกผืนดินพืชเชิงเดี่ยวสู่ ‘ไร่โชคเวียงสงค์’ ศูนย์ต้นแบบที่สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “ถ้าเรียนรู้ต้องทำได้ ทำตามต้องได้ผล”

 

       ท่ามกลางแสงแดดที่ทอดผ่านทิวเขาแห่งอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เราได้พบกับชายวัย 42 ปี ที่พกพารอยยิ้มแห่งความภูมิใจเเละกุมชัยชนะเหนือโชคชะตา คุณสมพรไม่ได้เป็นเพียงเกษตรกรยุคใหม่ดีกรี Young Smart Farmer และเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดเท่านั้น แต่เขาคือ “ผู้บริหารจัดการโอกาส” ที่เปลี่ยนการปลูกพืชเพื่อเลี้ยงชีพ ให้กลายเป็นการวางรากฐานอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งต่อองค์ความรู้เพื่อยกระดับพี่น้องเกษตรกรในชุมชนให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

คุณสมพร เวียงสงค์ เกษตรกรยอดนักสู้ ผู้พลิกผืนดินพืชเชิงเดี่ยวสู่ ‘ไร่โชคเวียงสงค์’

 

จากวันที่เกือบถอดใจ...ทิ้งไร่มันสำปะหลังไว้ข้างหลัง

 

       ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คุณสมพรเล่าถึงภาพจำที่เคยทำให้เขาปวดใจ ในฐานะเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นพืชเชิงเดี่ยวตามความเคยชินเหมือนคนอื่น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความเหนื่อยล้า เมื่อผลผลิตต่อไร่หยุดนิ่งอยู่เพียง 2-3 ตัน ท่ามกลางวิกฤตราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำจนเหลือเพียงกิโลกรัมละ1.30 บาท ภาวะขาดทุนสะสมและความไม่แน่นอนทำให้เขาเกือบตัดสินใจหันหลังให้กับพืชเศรษฐกิจชนิดนี้

 

       แต่จุดพลิกชีวิตเกิดขึ้นเมื่อเขาเลือกที่จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา คุณสมพรตัดสินใจเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ จากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานภาครัฐ ทิ้งความเชื่อแบบเดิมแล้วเปลี่ยนมาทำเกษตรด้วย “ความรู้และการบริหารจัดการ” อย่างจริงจัง จนสามารถเปลี่ยนตัวเลขผลผลิตจาก 2-3 ตัน ให้พุ่งทะยานสู่ 6-8 ตันต่อไร่ได้อย่างเหลือเชื่อ ผลสำเร็จในครั้งนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกิน 100% แต่คือการเรียกความเชื่อมั่นในอาชีพเกษตรกรให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ความสำเร็จจากการเรียนรู้ และไม่ยอมแพ้ จนได้ ผลผลิตมันสำปะหลัง 6-8 ตันต่อไร่

 

สูตรลับกระจายความเสี่ยง สร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปีด้วยเกษตรผสมผสาน

 

       นอกจากการ “ลุก” ขึ้นมาพัฒนาวิธีปลูกแล้ว หัวใจสำคัญที่คุณสมพรยึดถือคือการ “เลือก” ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาตัดสินใจจัดสรรพื้นที่ 53 ไร่ ให้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรผสมผสาน

สวนเกษตรผสมผสานไร่โชคเวียงสงค์

 

       “จากที่เคยมีรายได้เพียงปีละครั้งจากการรอขายมันสำปะหลังอย่างเดียว ตอนนี้ผมมีรายได้หมุนเวียนเข้ามาตลอด ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ถือเป็นจุดพลิกชีวิตในการทำเกษตรของผมเลยก็ว่าได้” คุณสมพรกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

       แนวคิดในการแบ่งพื้นที่ของไร่โชคเวียงสงค์ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่คือการบริหารจัดการโอกาสอย่างมีระบบ เพื่อให้มีกระแสเงินสดหล่อเลี้ยงครอบครัวได้ทุกวัน :

  • ยางพารา (10 ไร่) : เสมือน “เงินเดือนประจำ” ที่เก็บเกี่ยวรายได้ ได้อย่างต่อเนื่อง

  • มันสำปะหลัง (20 ไร่) : เป็นพืชหลักและเป็นเงินก้อนใหญ่รายปี ที่สร้างรายได้ถึง 40-50% ของทั้งหมด โดยเน้นขายทั้งหัวมันสำปะหลังและท่อนพันธุ์

  • สะเดาทวาย (10 ไร่) : โอกาสทองจากการทำพืชนอกฤดูที่ได้รับมาตรฐาน GAP สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเก็บขายในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง (ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม) และต่อยอดทำกิ่งตอนจำหน่ายในช่วงกลางปี

  • ไม้ผลและพืชผักสวนครัว (13 ไร่) : คลังอาหารและแหล่งรายได้รายวัน ที่ทำให้ไร่โชคเวียงสงค์มีเงินหมุนเวียนไม่ขาดมือ

การจัดสรรพื้นที่ 53 ไร่ ในการทำสวนเกษตรผสมผสานของไร่โชคเวียงสงค์

 

3 เกณฑ์หลัก เปลี่ยนมันสำปะหลัง 3 ตัน สู่ 8 ตันต่อไร่

 

       ในฐานะ “กูรู” ที่ผ่านการลองผิดลองถูกจนตกผลึกเป็นองค์ความรู้ คุณสมพรบอกว่า “หัวใจของการสร้างผลผลิตให้พุ่งทะยานจาก 2-3 ตัน สู่ 8 ตันต่อไร่นั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ขอเพียงแค่เกษตรกรยึดหลักเกณฑ์ 3 ข้อ ที่เขาพิสูจน์มาแล้วว่า ทำตามได้ผลจริง”

 

ข้อ 1 : ท่อนพันธุ์ต้องดี

 

       คุณสมพรให้ความสำคัญกับ “จุดเริ่มต้น” อย่างมาก เขาเลือกใช้ สายพันธุ์ระยอง 72 เนื่องจากสายพันธุ์นี้ ดูเเลลำต้นง่าย ให้ผลผลิตดี เเละเป็นที่นิยมของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอภูพาน โดยคุณสมพรมีเทคนิคในการเตรียมท่อนพันธุ์คือ

  • ตาถี่คือคำตอบ : ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ต้องมี “ตาถี่” เพราะนั่นหมายถึงจุดกำเนิดราก และช่วยให้ต้นแตกทรงพุ่มได้ดี

  • เลือกอายุที่ใช่ : ท่อนพันธุ์ต้องมีอายุ 11-13 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่สะสมอาหารได้สมบูรณ์ที่สุด หากแก่เกินไป อัตราการงอกจะลดลง และเมื่อตัดจากแปลงแล้ว ควรนำไปปลูกภายใน 1 เดือนเพื่อรักษาอัตราการงอกที่สม่ำเสมอ

  • ขนาดต้องได้มาตรฐาน : ท่อนพันธุ์ต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเท่าเหรียญ 10 หรือประมาณ 2.5 ซม. และมีความยาวประมาณ 25 ซม.

  • เสริมเกราะก่อนลงดิน : ก่อนนำไปปลูก คุณสมพรจะแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารป้องกันแมลงและฮอร์โมน เพื่อกระตุ้นการแตกรากให้แข็งแรงพร้อมเติบโตตั้งแต่วันแรก

ท่อนพันธุ์ที่ดี อายุ 11-13 เดือน ความยาว 25 ซม. มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเท่าเหรียญ 10 และมีตาถี่

 

ข้อ 2 : การจัดการแปลงต้องดี

 

       คุณสมพร ให้ความสำคัญกับการเตรียมดินอย่างมาก เริ่มจากการไถด้วยผาน 3 จำนวน 2 รอบ ตามด้วยผาน 5 เพื่อย่อยดินให้ร่วนซุย และต้องตากดินทิ้งไว้นาน 1 เดือน เพื่อกำจัดเชื้อโรคและลดวัชพืชสะสม

 

  • ความลึกที่พอดี : การปักท่อนพันธุ์ต้องมีความลึกที่เหมาะสม 7-10 ซม. คุณสมพรเผยเทคนิคว่า ถ้าปักลึกเกินไป ดินจะแน่นจนไม่มีอากาศหายใจ ทำให้หัวมันมีขนาดเล็ก แต่ถ้าตื้นไป ต้นก็อาจจะแห้งตายได้

  • ทคนิคการยกร่องสร้างพื้นที่ให้ “ระเบิดหัว” : เขาเลือกยกร่องโดยเว้นระยะห่างระหว่างต้น 80 ซม. และระหว่างร่อง 110 ซม. เพื่อเปิดพื้นที่ให้หัวมันขยายตัวได้เต็มที่

  • ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม : อีกหนึ่งเทคนิคที่กูรูอย่างเขาไม่เคยพลาด คือการกำจัดวัชพืชหลังปักท่อนพันธุ์เพียง 3 วัน เพื่อคุมไม่ให้หญ้าขึ้นมาแย่งสารอาหารของมันสำปะหลังในช่วงที่กำลังสร้างตัว

การจัดการแปลงที่ดี เว้นระยะห่างระหว่างร่อง 110 ซม. และระหว่างต้น 80 ซม. พร้อมกำจัดวัชพืชหลังปักท่อนพันธุ์เพียง 3 วัน

 

ข้อ 3 : สภาพแวดล้อมต้องดี

 

       การทำเกษตรของคุณสมพรไม่ใช่การฝืนธรรมชาติ แต่คือการตามหาจังหวะที่เหมาะสมที่สุด เขาเลือกปลูกมันสำปะหลังในช่วงใกล้ฤดูฝน เพื่อให้ความชื้นในดินช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และช่วยให้พืชตั้งตัวได้ไว

 

       “หลักเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อนี้ ทั้งท่อนพันธุ์ การจัดการ และสภาพแวดล้อม ต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นระบบ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ผลผลิตที่สมบูรณ์แบบย่อมเกิดขึ้นได้ยาก” คุณสมพรกล่าวสรุปถึงหัวใจของการลงมือทำ

เริ่มทำการเพาะปลูกมันสำปะหลังในช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม

 

บำรุงพืชให้เป๊ะ ทีเด็ดการเพิ่มผลผลิตแบบก้าวกระโดด

 

       นอกจากท่อนพันธุ์และการจัดการแปลงที่ได้มาตรฐานแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่คุณสมพรยกให้เป็น “ตัวช่วยหมายเลขหนึ่ง” ในการพาผลผลิตทะยานสู่ 8 ตันต่อไร่ คือการบำรุงพืชให้ตรงตามช่วงระยะการเติบโต โดยเขาเลือกใช้ “ปุ๋ยตรากระต่าย” เป็นเพื่อนคู่คิดในทุกจังหวะสำคัญของพืช

 

  • ช่วง 1 เดือนแรก (สร้างรากและลำต้น) : คุณสมพรเลือกใช้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 โดยขุดหลุมและหยอดปุ๋ยข้างลำต้น ทั้งซ้ายและขวาข้างละ 1 ช้อนแกง หรือประมาณ 15-20 กรัม แล้วทำการกลบดิน เพื่อให้ปุ๋ยละลายลงสู่รากโดยตรง เพื่อช่วยให้ต้นมันสำปะหลังแข็งแรง โตเร็ว วิธีการนี้ต้นมันจะได้รับธาตุอาหาร และนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่สูญเสียไปกับสภาพแวดล้อม

มันสำปะหลังอายุ 1 เดือน บำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 อัตรา 15-20 กรัม
หรือข้างละ 1 ช้อนแกง ใส่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เพื่อช่วยบำรุงรากและลำต้น

 

  • ช่วง 4 เดือน (ช่วงระเบิดหัว) : คุณสมพรจะสลับมาเน้นสูตรที่มีธาตุโพแทสเซียม(K) สูงจากปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 0-0-60 อัตรา 1 ช้อนแกง หรือประมาณ 15-20 กรัม เพื่อช่วยขยายหัวมัน ให้มันหัวใหญ่ น้ำหนักดี และได้เปอร์เซ็นต์แป้งสูงตามที่ตลาดต้องการ โดยใช้วิธีขุดหลุมหยอดระหว่างต้น แล้วกลบดินอย่างพิถีพิถัน

มันสำปะหลังอายุ 4 เดือน บำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 0-0-60 อัตรา 15-20 กรัม
หรือ 1 ช้อนแกงต่อต้น เพื่อช่วยขยายหัวมัน ให้มันหัวใหญ่ น้ำหนักดี และได้เปอร์เซ็นต์แป้งสูง

 

       “ทำน้อยแต่ได้มาก” หัวใจของเกษตรกรยุคใหม่ วิธีการหยอดปุ๋ยที่คุณสมพรใช้นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารอย่างตรงจุด แต่เมื่อทำควบคู่กับการกำจัดวัชพืชที่ถูกจังหวะ ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าทึ่ง เพราะมันช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยลงได้ถึง 10 กิโลกรัมต่อไร่ในแต่ละครั้ง หากเปรียบเทียบกับวิธีการหว่านแบบเดิม ๆ แต่กลับให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

       “เหตุผลที่ผมมั่นใจเลือกใช้ปุ๋ยตรากระต่าย เพราะเม็ดปุ๋ยคุณภาพที่ละลายง่าย พืชกินได้ไว เห็นความสมบูรณ์ของต้นชัดเจนกว่ายี่ห้ออื่น สำหรับผม ปุ๋ยที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะถ้าเราเลือกของดี ผลกำไรก็จะกลับมาหาเราเอง” คุณสมพรกล่าวด้วยความมั่นใจ

ปุ๋ยตรากระต่าย เพราะเม็ดปุ๋ยคุณภาพ ละลายง่าย พืชกินได้ไว เห็นความสมบูรณ์ของต้นชัดเจน

 

มากกว่าการปลูก คือการ “มองขาด” ในโลกการค้าและเทรนด์ยุคใหม่

 

       ความเก่งกาจของคุณสมพรไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในแปลงเกษตรเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ไร่โชคเวียงสงค์เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือมุมมองความคิดใช้ “การตลาดนำการผลิต” เขาเข้าใจดีว่าในโลกยุคดิจิทัล “หน้าร้าน” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ดินในสกลนครอีกต่อไป คุณสมพรใช้ เพจFacebook “สะเดาทวายเงินล้านสกลนคร สมพร เวียงสงค์” เป็นช่องทางหลักในการสร้างตัวตน จนกลายเป็นหน้าร้านออนไลน์ที่ทรงพลัง สามารถกระจายกิ่งพันธุ์สะเดาคุณภาพและผลผลิตในไร่ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว

ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ เพจFacebook “สะเดาทวายเงินล้านสกลนคร สมพร เวียงสงค์”

 

       นอกจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว คุณสมพรยังทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เขาไม่ยอมให้ผลผลิตดิบถูกกดราคา แต่เลือกที่จะ “แปรรูป” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการรวมกลุ่มคนในพื้นที่ปั้นแบรนด์ “ของดีบ้านสร้างแก้ว” เปลี่ยนพืชสวนหลังบ้านอย่างกล้วย ให้กลายเป็นกล้วยฉาบหลากรสชาติที่มีดีไซน์และมาตรฐาน จนสามารถส่งตรงถึงโรงแรมและหน่วยงานภาครัฐได้สำเร็จ นี่คือการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมกับสร้างความภูมิใจให้คืนกลับสู่บ้านเกิดอย่างแท้จริง

สร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ภายใต้ชื่อ ของดีบ้านสร้างแก้ว

  

เพราะความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือการ 'ออกแบบ' และ 'ลงมือจัดการ' ให้เป็นจริง

 

       จากวันที่เคยเกือบจะหันหลังให้ไร่มันสำปะหลัง คุณสมพรพิสูจน์ให้เราเห็นว่า “ใจที่ไม่ยอมแพ้” เมื่อบวกกับ “ความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้” สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งให้กลายเป็น Young Smart Farmer และเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดได้สำเร็จ แต่ความสำเร็จที่น่าภูมิใจยิ่งกว่าสำหรับเขา ไม่ใช่เพียงตัวเลขรายได้ที่มั่นคงหรือรางวัลการันตี แต่คือการได้เห็นรอยยิ้มของคนในชุมชนที่เดินตามรอยความสำเร็จนี้ และสามารถลืมตาอ้าปากได้จากองค์ความรู้ที่เขาส่งต่อ

คุณสมพร เวียงสงค์ ได้รับเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2567

 

       การเดินทางของ คุณสมพร เวียงสงค์ คือบทสะท้อนที่ชัดเจนว่า อาชีพเกษตรกรในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือโชคชะตา แต่คือความใส่ใจ การเรียนรู้ และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบที่วัดผลได้จริง เพราะการเป็นเกษตรกรยุคใหม่ในมุมมองของคุณสมพร ไม่ใช่แค่การปลูกให้รอดหรือโตไว แต่คือการบริหารจัดการโอกาสให้เป็น รู้จักเลือกใช้ตัวช่วยที่เปี่ยมคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดคือการไม่หยุดที่จะ “แบ่งปัน” เพื่อให้เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จนี้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันทั้งชุมชน

สามารถติดตามสาระเกษตรน่ารู้ ได้ที่

คลิก “การใส่ปุ๋ยในมันสำปะหลัง”

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่ :

Facebook: www.facebook.com/puitrakratai/ 

YouTube: www.youtube.com/c/Puitrakratai   

TikTok: https://www.tiktok.com/@puitrakratai  

Line: เจียไต๋ Chia Tai: https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Rice-Fields